อัญมณี

3 อัญมณีราคาแพงที่สุดในโลก

ประเทศไทยมีชื่อเสียงระดับโลกในการส่งออกสินค้าอัญมณีประเภทพลอย (Coloured stone) และเครื่องประดับมานาน  เราครองตำแหน่งผู้ส่งออกรายใหญ่ติดต่อกันนานหลายปี   ด้วยปัจจัยความพร้อมของแหล่งวัตถุดิบ  ฝีมือแรงงานการเจียรนัยและทำเครื่องประดับ  รวมทั้งภูมิปัญญาในการปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบที่ใม่มีใครเทียบได้   ที่น่าภูมิใจคือประเทศเราเริ่มเป็นศูนย์เรียนรู้ทางอัญมณีศาสตร์ที่สำคัญในเอเซีย  ที่ผู้คนให้ความสนใจมาศึกษาทางอัญมณีศาสตร์ (Gemology)   หลายปีมานี้ผมสังเกตเห็นชาวต่างประเทศให้ความสนใจมาเรียน Gemology ในประเทศไทยมากขึ้น   กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางการค้าพลอยของภูมิภาคเอเซีย   ตัวอย่างพลอยที่ใช้ในการศึกษาจึงหาได้ง่ายกว่าประเทศอื่น   นักศึกษามีโอกาสได้เห็นพลอยชนิดต่างๆที่หลากหลาย  ทั้งยังสะดวกในการเดินทางไปทัศนศึกษาเหมืองพลอยอีกด้วย      อย่างไรก็ตามผมยังมีความรู้สึกว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับอัญมณีประเภทพลอย  และไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร   แถมคนไทยบางส่วนกลับไปนิยมเพชร  และรู้จักเพชรมากกว่าพลอย   ผมได้ยินจากเพื่อนสนิทหรือแม้แต่บุคคลในครอบครัวผมเองเมื่อเห็นราคาของทับทิมน้ำงามเม็ดใหญ่แล้วพูดว่า “ราคาสุงอย่างนี้  ขอไปซื้อเพชรดีกว่า”  ที่กล่าวเช่นนี้เพราะขาดความรู้พื้นฐานทางอัญมณี   หลายคนปักใจเชื่อว่าเพชรมีค่ามากกว่าพลอยทุกชนิด   อันที่จริงเพชรก็งดงามอย่างเพชร   เพชรเป็นอัญมณีไร้สี  ที่แวววาวและสามารถกระจายแสงสีรุ้ง (Dispersion)   ส่วนทับทิมก็สวยอย่างอัญมณีที่มีประกายสีแดงสดใส  ต่างก็มีความงามและคุณค่าในแบบของตนเองไม่ควรเปรียบเทียบกัน  ดูเหมือนวงการค้าพลอยออกจะเสียเปรียบวงการเพชรอยู่มาก  อุตสาหกรรมเพชรนั้นผูกขาดโดยบริษัทใหญ่  มีเงินทุนมหาศาลสามารถจัดการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ  ผู้คนจึงรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับเพชรได้มากกว่า    วงการค้าพลอยนั้นไม่มีการรวมตัวเป็นบริษัทขนาดใหญ่  ทุนทำสื่อโฆษณาการตลาดก็ค่อนข้างจำกัด   ผมขอพักเรื่องเพชรไว้ก่อนนะครับ   คราวนี้เรามาทำความรู้จักกับอัญมณี ชนิดที่ไม่ใช่เพชร  แต่ว่ามีราคาสุงตลอดกาล  ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน  และมีแนวโน้มมูลค่าราคาเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต  อัญมณีทั้งสามนั้นล้วนเป็นตระกูลพลอยเนื้อแข็งทั้งสื้น

อันดับที่หนึ่ง “ทับทิม” (Ruby)  ทับทิมเป็นแร่ Corundum มีความแข็งที่ระดับ (อันดับสองรองจากเพชร)  ความถ่วงจำเพาะเท่ากับ 4  สูตรทางเคมีคือ Al2O3  ธาตุผ่านที่ให้สีแดงในทับทิมคือ Cr   ทับทิมเป็นพลอยในกลุ่ม Corundum ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด  แต่หายากที่สุดเช่นกัน   ราคาของทับทิมขึ้นอยู่กับ ความสดของสี  ความใสสะอาด และขนาด  ขนาดจะเป็นตัวกำหนดหลัก  เนื่องจากทับทิมขนาดใหญ่หาได้ยากกว่าขนาดเล็ก   ทับทิมเจียรนัยเป็นเหลี่ยม (Faceted ruby) ที่เราพบในตลาดอัญมณีส่วนใหญ่จะเป็นขนาดเล็กๆ เรียกว่า Milee size (0.20-0.50 การัต)  แม้เป็นขนาดเล็กราคาทับทิมก็สุงกว่าพลอยสีอื่นใน

ตระกูล Corundumด้วยกัน   พลอยขนาดกลางน้ำหนัก 1-3 การัต ราคากระโดดขึ้นสุงกว่าขนาดเล็กหลายเท่าตัว  และพลอยขนาดใหญ่ระดับ การัตขึ้นไปราคาดีดตัวสุงจากพลอยขนาดกลางอย่างน่าตกใจที่เดียว  ทั้งนี้ก็ขื้นอยู่กับความสดของสีด้วยครับ  สีเลือดนกพิราบ   (Pigeon blood) คือสีที่ราคาแพงที่สุด   ทับทิมถ้ามีคุณภาพดีและมีขนาดใหญ่แล้วราคาจะผงาดขึ้นมาสุงกว่าราคาเพชรในขนาดที่เท่ากัน   โดยเปรียบเทียบกันน้ำหนักต่อน้ำหนัก   เนื่องจากทับทิมคุณภาพดีที่มีขนาดใหญ่หาได้ยากกว่าเพชรขนาดใหญ่   ขอยกตัวอย่างการประมูลอัญมณีที่สถาบัน Sotheby กรุงเจนีวาในปี ค.ศ.2014  ทับทิมพม่าสีเลือดนก  ไร้ตำหนิ ขนาดน้ำหนักเพียง 8.62 การัต ถูกประมูลไปในราคา  8,600,410 US$   (คิดเป็นราคาต่อการัตเท่ากับ  997,727 US$ )นับเป็นอัญมณีพลอยสีที่มีราคาสุงเป็นประวัติการณ์

อันดับสอง “อเล็กซานไดรท์”  (Alexandrite)  หลายท่านคงไม่คุ้นกับชื่อพลอยนี้   ซึ่งก็เป็นเรื่องปรกติไม่ได้แปลกอะไร  เพราะมันหายากมาก  ในทางการค้าเราไม่ค่อยได้พบเห็นสักเท่าไร  อเล็กซานไดรท์เป็นพลอยแห่งตำนานประวัติศาสตร์  เกี่ยวข้องกับ

ราชวงศ์ Romanov  แห่งประเทศรัสเซีย   พลอยแห่งตำนานนี้ถูกขุดพบในปี ค.ศ. 1834 และได้นำถวายพระเจ้า Czar Alexandra ที่ในวันคล้ายวันประสูติ  โดยตั้งชื่อให้เป็นเกียร์ติแด่พระองค์ว่า”Alexandrite“   มีการขุดพบครั้งแรกที่เทือกเขายูราลในบริเวณเหมืองมรกต    ในตอนแรกนั้นเข้าใจกันว่าเป็นมรกตเนื้อดี   ภายหลังต่อมาจึงพบว่ามันเป็นอัญมณีชนิดใหม่ที่ถูกค้นพบ  พลอยนี้อยู่ในตระกูลแร่ Chrysoberyl  มีความแข็งเป็นอันดับที่สามรองจากเพชรและทับทิม (รวมถึงแซฟไฟร์สีอื่นๆด้วย)  คือความแข็งอยู่ที่ระดับ 8.5  มีความคงทนดีเยี่ยม  และมีความถ่วงจำเพาะเท่ากับ 3.71-3.75  ธาตุผ่านที่ทำให้เกิดสีในพลอยนี้คือธาตุโครเมี่ยม (Cr)  เช่นเดียวกับธาตุผ่านที่ให้สีในทับทิมและมรกต  มนต์เสน่ย์ของอเล็กซานไดรท์อยู่ตรงที่พลอยชนิดนี้สามารถเปลี่ยนสีได้อย่างน่าอัศจรรย์   จากสีเขียวมรกตในแสงแดดกลายเป็นสีแดงลูกผลัมถึงแดงอมม่วงใต้แสงเทียนหรือแสงหลอดไฟทังสเตน  จนมีคำเปรียบว่า “อเล็กซานไดรท์กลางวันเป็นมรกต  ส่วนกลางคืนเป็นทับทิม”    ซึ่งสีเขียวและแดงนั้นก็บังเอิญไปพ้องกับสีสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์  Romnov แห่งรัสเซีย  การประเมินค่าพลอยอเล็กซานไดรท์ขึ้นอยู่ระดับของการเปลี่ยนสี  ถ้าระดับการเปลี่ยนสีนั้นเห็นความแตกต่างชัดเจนก็ยิ่งมีราคา   เช่น จากเขียวมรกตไปเป็นแดงเจือม่วงจะมีค่ามาก  แต่ถ้าเปลี่ยนจากสีเขียวซีดๆไปเป็นสีเทาอมม่วงจางๆซึ่งดูไม่เด่นมูลค่าก็ต่ำลงมา   ปัจจุบันนี้นอกจากรัสเซียแล้วยังพบใน พม่า ศรีลังกา มาดากัสการ์ และบราซิลเป็นต้น   อเล็กซานไดรท์เป็นพลอยที่ไม่ค่อยได้พบเห็นสักเท่าไรเนื่องจากหายากมาก   อเล็กซานไดรท์ระดับคุณภาพนั้นมีราคาไล่เลี่ยกับทับทิมน้ำงามที่เดียวครับ

อันดับสาม “แซฟไฟร์” ( Sapphire)  หรือที่เราเรียกว่า “ไพลิน”  เป็นพลอยในกลุ่มแร่  Corundum เช่นเดียวกับทับทิม  ต่างกันตรงสีเท่านั้น   แซฟไฟร์ได้สีน้ำเงินจากธาตุผ่านคือ Te (เหล็ก) และ Ti (ไทเทเนี่ยม)  นอกนั้นคุณสมบัติเหมือนทับทิมทุกประการ   แหล่งแซฟไฟร์พบได้มากกว่าแหล่งทับทิม  อีกทั้งผลึกพลอยแซฟไฟร์ขนาดใหญ่หาได้ง่ายกว่าอีกด้วย  แซฟไฟร์พบได้ในหลายประเทศเช่น อินเดีย (แคว้นแคชเมียร์)  ศรีลังกา เมียนมาร์  ไทย กัมพูชา ลาว ออสเตรเลีย  หลายประเทศในอาฟริกา  แม้แต่อเมริกา (มอนตาน่า)   แซฟไฟร์จากแต่ละแหล่งก็ทีลักษณะแตกต่างกันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เช่นเดียวกับ

ทับทิมการประเมินราคาขึ้นอยู่กับสี ขนาด และความสะอาด   สีทีนิยมคือสีน้ำเงินสดเรียกว่า “Royal Blue”  และสีน้ำเงินปานกลางเจือม่วงเล็กน้อยที่เรียกว่าสี  “Cornflower Blue”   แซฟไฟร์สี Cornflower Blue จากแคชเมียร์เทือกเขาหิมาลัยได้ความนิยมอย่างมากจนเรียกว่าสี  “Cashmir Blue”  มักติดอันดับพลอยที่ถูกประมูลด้วยราคาสุงสุดเมื่อเทียบกับแซฟไฟร์จากแหล่งอื่น  อันดับรองถัดมาได้แก่ แซฟไฟร์จากเมียนมาร์  และศรีลังกาตามลำดับ  เมื่อปีค.ศ.2015 ที่งานประมูลอัญมณีของสถาบันคริสตี้ที่ฮ่องกง  แซฟไฟร์ชื่อ “Jewel of Kashmir” ขนาด 27.68 การัต ถูกประมูลไปในราคาสุงถึง  6,745,688 US$

อัญมณี 3 ชนิดที่กล่าวมาก็คืออัญมณีที่เลอค่าตลอดกาล  ผมนำมาเล่าพอเป็นสังเขป  อันที่จริงก็มีอัญมณีอื่นที่เริ่มเข้ามาอยู่ในกระแสความนิยมมากขึ้น  เอาไว้มีโอกาสผมจะพูดถึงอัญมณีประเภทอื่น   ๆบ้าง  ท่านที่เริ่มสนใจและต้องการสะสมพลอยมีค่าเหล่านี้ก็อย่ารีรออยู่เลยครับ  เพราะนับวันจะหายากขึ้น  การเก็บอัญมณีมีคุณภาพเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีวันลดคุณค่า และยังเป็นมรดกสืบต่อไปถึงชนรุ่นหลังครับ

ศิริวัฒน์  เจียมอนุสรณ์  (FGA)

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *